ข้อควรรู้การเลือกมุ้งลวด ติดตั้งแบบไหนดี พร้อมเทคนิคเลือกให้คุ้มค่า

การเลือกติดตั้งมุ้งลวดสำหรับบ้านสมัยใหม่

คู่มือการเลือกมุ้งลวดให้ตอบโจทย์การใช้งาน เลือกแบบไหน ติดตั้งอย่างไรดี?

หน้าต่างและประตูบ้านแต่ละจุดมีลักษณะการใช้งานที่ต่างกัน การเลือกมุ้งลวดให้ “ถูกประเภท” ไม่เพียงแต่ช่วยกันยุงและแมลงได้ 100% แต่ยังช่วยส่งเสริมงานดีไซน์บ้านให้ดูหรูหราและใช้งานสะดวกขึ้นด้วย วันนี้ THAIMEGA จะพาไปเจาะลึกมุ้งลวด 5 ประเภทที่นิยมที่สุด เพื่อให้คุณเลือกสิ่งที่ใช่ที่สุดสำหรับบ้านคุณ

ประเภทของมุ้งลวด

มุ้งจีบ

เป็นมุ้งลวดแบบสไตล์ญี่ปุ่น มีลักษณะพับเป็นจีบๆเหมือนบานเฟี้ยม ถ้าเป็นบานเลื่อนเดี่ยวจะต้องพับเก็บเข้าอีกฝั่ง แต่ถ้าเป็นบานเลื่อนคู่จะต้องพับเก็บไปทั้ง 2 ฝั่ง นอกจากนี้มุ้งลวดแบบพับจีบยังแบ่งย่อยได้อีก 2 ประเภท คือ

1. มุ้งจีบแบบมีราง

มีลักษณะเป็นกล่องเสริม 1×1 นิ้ว แปะหน้าวงกบ เหมาะใช้กับงานประตู

2. มุ้งจีบแบบไม่มีราง

ซึ่งรางล่างของมุ้งจะถูกเก็บคล้ายๆกับตีนตะขาบ ที่ถูกซ้อนๆเลื่อนเข้าไปเก็บไว้ที่กล่องด้านข้างเมื่อไม่ได้ใช้งาน ทำให้ปลอดภัยและเดินเข้า-ออกไม่สะดุด อีกทั้งยังทำสะอาดได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

มุ้งจีบ เหมาะกับตรงไหนบ้าง?

  1. ประตูบานใหญ่: เช่น ประตูหน้าบ้าน หรือประตูออกไปหลังบ้าน เพราะทำขนาดกว้างๆ ได้ดีมาก
  2. ประตูบานเฟี้ยม: มุ้งจีบ คือ “คำตอบสุดท้าย” ของบานเฟี้ยม เพราะสามารถเปิด-ปิดตามจังหวะบานประตูได้สวยงาม
  3. พื้นที่ที่มีคนเดินบ่อย: เพราะมีรุ่น “ไร้ราง” พื้นจะเรียบสนิท เดินผ่านสบาย ไม่ต้องกลัวสะดุด และรถเข็นผ่านได้
  4. บริเวณที่ลมแรง: ด้วยความที่เป็นรอยจีบ ผ้ามุ้งจะแข็งแรงกว่า ไม่ปลิวหลุดจากรางง่ายๆ เมื่อเจอแรงลม
  5. จุดที่ต้องการหยุดมุ้งค้างไว้: เราสามารถดึงมุ้งมาหยุดไว้ตรงกลาง หรือตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ ไม่ดีดกลับเอง

มุ้งม้วนเก็บ

เป็นมุ้งลวดที่ถูกออกแบบมาให้สามารถเก็บซ่อนได้อย่างเรียบร้อย ใช้งานได้สะดวกขึ้นกว่ามุ้งลวดแบบเก่าๆ แถมยังเหมาะกับบ้านสมัยใหม่ มีความเรียบหรู โปร่งสบาย คนส่วนใหญ่จึงนิยมนำมาใช้กับหน้าต่าง เพราะประตูมีขนาดกว้างและสูงมากกว่าหน้าต่างมาก จึงทำให้รูปแบบการม้วนเก็บอาจเกิดปัญหาในภายหลังได้

มุ้งม้วนเหมาะกับพื้นที่แบบไหน?

  1. หน้าต่างบานเปิดและบานกระทุ้ง
  2. พื้นที่ที่ต้องการ “เปิดรับวิว” แบบไร้สิ่งกีดขวาง
  3. คอนโดมิเนียมและบ้านพื้นที่จำกัด
  4. พื้นที่ที่เน้นความสะอาดและความอนามัย
  5. หน้าต่างขนาดมาตรฐาน

มุ้งแม่เหล็ก

เป็นระบบมุ้งลวดที่มีวัตถุประสงค์ไว้ป้องกันแมลง และระบายอากาศในบริเวณที่ไม่ต้องมีการเปิด-ปิดอยู่บ่อยๆ เช่นบริเวณห้องเก็บของ ช่องระบายอากาศต่างๆในห้องน้ำ ช่องระบายอากาศที่อยู่ในตำแหน่งสูง สามารถป้องกันฝุ่นละอองได้ระดับนึง แต่มีข้อเสียคือไม่แข็งแรงทนทานเหมือนมุ้งลวดประเภทอื่น

มุ้งแม่เหล็ก สามารถติดตั้งได้เองไม่ยาก โดยการติดตัวมุ้งเข้ากับด้านหน้าของวงกบ ลักษณะมุ้งจะเป็น 2 ชิ้นเพื่อให้เปิดเข้า-ออกตรงกลางได้ และมีแผ่นแม่เหล็กติดอยู่ระหว่างมุ้งลวดทั้ง 2 ชิ้น เมื่อเปิดแล้วตัวแม่เหล็กนี้จะดึงดูดกันทำให้มุ้งลวดปิดไว้เหมือนเดิมโดยอัตโนมัติ

มุ้งแม่เหล็ก เหมาะกับตรงไหนบ้าง?

  1. หอพักหรือบ้านเช่า: เหมาะที่สุดสำหรับคนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เจาะผนังหรือทำโครงสร้างเพิ่ม เพราะใช้กาวสองหน้าแปะแถบแม่เหล็กติดได้เลย
  2. หน้าต่างบานเกล็ด: เป็นทางเลือกราคาประหยัดสำหรับหน้าต่างบานเกล็ดแบบเก่าที่ไม่มีช่องสำหรับติดมุ้งลวดถาวร
  3. พื้นที่ที่ต้องการถอดล้างบ่อย: เพราะมันไม่มีรางและไม่มีน็อตยึด คุณสามารถดึงแผ่นมุ้งออกมาฉีดน้ำล้างในห้องน้ำได้ง่ายมาก
  4. ประตูที่คนเดินเข้า-ออกตลอด: (มักเห็นในรูปแบบม่านแม่เหล็ก) เวลาเดินผ่านมุ้งจะแยกออกแล้วแม่เหล็กจะดูดปิดตัวเองโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องใช้มือปิด
  5. คนที่อยากประหยัดงบ: ราคาถูกกว่ามุ้งม้วนและมุ้งจีบหลายเท่า และสามารถซื้อมาติดตั้งเองได้เลย (DIY)

มุ้งบานเลื่อน

มีทั้งแบบบานเลื่อนเดี่ยวและบานเลื่อนคู่ สิ่งสำคัญที่สุดคือรางหากต้องการประตูมุ้งลวดบานเลื่อนแนะนำให้ติดตั้งพร้อมกันตั้งแต่แรก เพราะการเพื่มรางทีหลังจะทำให้ตัวรางปูดออกมาจากผนังดูแล้วไม่สวยงาม สามารถติดตั้งได้หลากหลายแบบ ทั้งแบบรางล่าง แบบรางบน โดยวัสดุที่ใช้อะลูมิเนียม เป็นต้น

บานเลื่อนเดี่ยว

ที่ใช้กันส่วนมากมี 2 แบบคือ เป็นบานเลื่อนเดี่ยวทางเดียวซึ่งจะมีบานติดตาย 1 บาน และมีอีกบานเป็นบานที่เลื่อนได้ ในกรณีนี้มักติดประตูมุ้งลวดแบบเลื่อนเก็บได้ในกรณีที่ต้องการเปิดประตูเข้า-ออกก็จะเลื่อนไปเก็บไว้ด้านเดียว ดังนั้นรางจะมีทั้งหมด 3 ราง โดยสามารถเลือกได้ว่าจะติดตั้งบานประตูมุ้งลวดไว้ด้านในสุดหรือด้านนอกสุด หากติดไว้ด้านนอกสุดจะมีข้อดีตรงที่เวลาเปิด-ปิดประตูบานเลื่อนนั้นไม่ต้องเปิดประตูมุ้งลวดออกก่อน ซึ่งจังหวะที่เปิดประตูทั้งหมดนี้อาจจะทำให้ยุงบินเข้ามาภายในอาคารได้

ประตูบานเลื่อนสลับ

คือมีบานประตู 2 บาน ซึ่งสามารถเลื่อนสลับไปมาได้ การติดตั้งมุ้งลวดสามารถติดแบบเลื่อนได้เช่นเดียวกับที่กล่าวไปแล้ว หรือติดแบบติดตายไว้ที่ด้านนึงโดยที่ประตูอีกสองบานสามารถเลื่อนไป-มาได้ ซึ่งหากต้องการปิดประตูทั้งหมดก็เลื่อนประตูทั้ง 2 บานปิดไว้ตามปกติ หากต้องการเข้า-ออก ก็เลื่อนประตูทั้ง 2 บานไปเก็บไว้ด้านเดียวกับประตูมุ้งลวด และหากต้องการเปิดให้ลมเข้าออกก็สามารถเกลื่อนประตูทั้ง 2 บานมาไว้อีกด้านของประตูมุ้งลวด

ประตูบานเลื่อนคู่

เป็นลักษณะบานมุ้งลวดทั้ง 2 ข้างจะมีขนาดเท่าหรือไม่เท่ากันก็ได้ โดยการเพิ่มรางขึ้นมาอีกรางสำหรับชุดประตูมุ้งลวดบานเลื่อน หากเป็นบานเลื่อนสลับหรือบานเลื่อนแบบหลายๆ บานซ้อนกัน

มุ้งบานเลื่อน เหมาะกับตรงไหนบ้าง?

  1. ประตูและหน้าต่างบานเลื่อนกระจก: นี่คือคู่แท้ที่เกิดมาคู่กันครับ บ้านที่มีประตูกระจกบานใหญ่เลื่อนออกไปนอกชาน หรือหน้าต่างบานเลื่อนในห้องนอน จะใช้มุ้งประเภทนี้เป็นหลัก
  2. พื้นที่ที่มีการใช้งานบ่อย (High Traffic): เช่น ประตูหลังบ้านหรือประตูเข้า-ออกสวน เพราะเปิดง่าย ลื่นไหล และทนทานต่อการใช้งานหนักๆ ได้ดีกว่ามุ้งม้วน
  3. บ้านที่มีพื้นที่จำกัด (ไม่มีระยะสวิง): ไม่เหมือนมุ้งบานเปิด เพราะมุ้งบานเลื่อนประหยัดพื้นที่มาก เลื่อนซ่อนไปหลังบานกระจกได้เลย ไม่ต้องกังวลเรื่องเปิดไปชนเฟอร์นิเจอร์
  4. บริเวณที่ลมแรง: มุ้งบานเลื่อนมีความแข็งแรงสูง ตัวเฟรมอลูมิเนียมหนา แข็งแรง และตัวมุ้งไม่ปลิวหลุดจากรางง่ายๆ เมื่อเจอแรงลมปะทะ
  5. จุดที่ต้องการความคุ้มค่าและดูแลรักษาง่าย: ราคาปานกลาง ทนทานนับสิบปี และหากมุ้งขาดก็สามารถเปลี่ยนเฉพาะผ้ามุ้งได้ง่ายและราคาถูก

มุ้งบานเปิด

ไม่สามารถใช้กับบานสวิง (บานเปิด 2 ทาง) ได้ ส่วนมากใช้คู่กับประตูบานเปิดเดี่ยว หรือบานเปิดคู่ โดยติดตั้งบานพับของประตูให้เปิดไปอีกด้านตรงข้ามกับประตูหลัก เช่น ประตูไม้หน้าบ้านที่เปิดออกด้านนอก หากติดตั้งประตูมุ้งลวดก็ให้เปิดเข้าด้านใน ในต่างประเทศอาจติดสลับกันเนื่องจากกรณีที่มีหิมะตกหนัก หากติดตั้งประตูให้เปิดออกด้านนอกจะทำให้ติดหิมะ ประตูบ้านส่วนใหญ่จึงเปิดเข้าในบ้าน

มุ้งบานเปิด เหมาะกับตรงไหนบ้าง?

  1. หน้าต่างบานเกล็ดหรือบานไม้เก่า: เหมาะมากสำหรับบ้านที่ใช้วงกบไม้หรือหน้าต่างบานเกล็ด เพราะสามารถตีเฟรมมุ้งลวดทับลงไปบนวงกบเดิมได้เลย
  2. พื้นที่ที่ต้องการความแข็งแรงสูง: เนื่องจากตัวมุ้งมีกรอบเฟรมที่หนาและแข็งแรงกว่ามุ้งม้วนหรือมุ้งจีบ จึงทนทานต่อแรงกระแทกหรือมือเด็กและสัตว์เลี้ยงได้ดีกว่า
  3. จุดที่เน้นความประหยัด: เป็นมุ้งลวดที่ราคาย่อมเยาที่สุดเมื่อเทียบกับระบบซ่อนรูปอื่นๆ ซ่อมแซมง่าย อะไหล่ไม่ซับซ้อน หาช่างที่ไหนก็ทำได้
  4. บริเวณที่มีพื้นที่กว้างสำหรับสวิงบาน: เหมาะกับจุดที่มีระยะพื้นที่ว่างหน้าประตูหรือหน้าต่างพอสมควร เพราะตอนเปิดบานมุ้งลวดจะต้องมีระยะสำหรับสวิงบานออกมา
  5. หน้าต่างขนาดเล็กที่ต้องการความทนทาน: เช่น หน้าต่างห้องเก็บของ หรือหน้าต่างหลังบ้านที่เน้นการใช้งานจริงจัง ไม่ได้เน้นโชว์ดีไซน์

สรุปคำแนะนำในการเลือก

สรุป: เลือกแบบไหนดี?

หากคุณกำลังมองหาทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบ้านของคุณ THAIMEGA พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบการติดตั้งมุ้งลวดทุกประเภท โดยทีมช่างมืออาชีพที่เข้าใจทั้งเรื่องฟังก์ชันและดีไซน์อย่างแท้จริง

ติดต่อเรา